“มาร์ซัน” ร่วมกับสมาคมต่อเรือและซ่อมเรือไทย และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมต่อเรือชั้นนำของประเทศ 8 แห่ง ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อบูรณาการศักยภาพของภาคเอกชนไทยในการผลักดันโครงการต่อสร้างเรือขนาดใหญ่ภายในประเทศ เพื่อรองรับภารกิจของกองทัพเรือและหน่วยงานด้านความมั่นคง พร้อมยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยสู่ระดับสากลอย่างยั่งยืน โดยมีนายสุรเดช ตัณฑ์ไพบูลย์ นายกสมาคมต่อเรือและซ่อมเรือไทย นายภัทรวิน จงวิศาล เลขาธิการสมาคมฯ และกรรมการบริหารสมาคม จากภาคเอกชน 8 บริษัทในอุตสาหกรรมต่อเรือ เข้าร่วมลงนามในครั้งนี้
ความร่วมมือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความพร้อมของผู้ประกอบการไทยในการเข้าดำเนินโครงการต่อสร้างเรือขนาดใหญ่ภายในประเทศที่มีความซับซ้อนสูง ทั้งในด้านเทคโนโลยี วิศวกรรม โครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และการสนับสนุนทางการเงิน ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาองค์ความรู้และห่วงโซ่อุตสาหกรรมภายในประเทศอย่างเป็นระบบ
ที่ผ่านมา ประเทศไทยสามารถพัฒนาขีดความสามารถจากการต่อเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง ไปสู่การต่อเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง (OPV) ภายในประเทศได้สำเร็จ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของอู่ต่อเรือและบุคลากรไทย และเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับไปสู่การต่อสร้างเรือขนาดใหญ่กว่าเดิม เช่น เรือฟริเกต หรือเรือที่มีภารกิจเทียบเท่า ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศอย่างยั่งยืน
ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงตอบโจทย์ด้านอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศในระยะยาว โดยการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้ต่อสร้างเรือขนาดใหญ่ภายในประเทศ จะช่วยลดการพึ่งพาต่างประเทศ เสริมสร้างความมั่นคงทางอุตสาหกรรม (Industrial Security) และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของไทยในระดับภูมิภาค
ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงความพร้อมของผู้ประกอบการไทย 8 แห่ง ในการสร้าง Local Capability เชิงยุทธศาสตร์ ได้แก่ บริษัท เอเชียน มารีน เซอร์วิสส์ จำกัด (มหาชน), บริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน), บริษัท ซีเครสท์ มารีน จำกัด, บริษัท ยูนิไทย ชิปยาร์ด แอนด์ เอนจิเนียริ่ง จำกัด, บริษัท ไทย อินเตอร์เนชันแนล ด๊อกยาร์ด จำกัด, บริษัท มาริอาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ลันตาครูซ จำกัด และบริษัท อู่ปราการกลการ จำกัด โดยใช้ความเชี่ยวชาญของแต่ละราย เพื่อแสดงศักยภาพและความพร้อมต่อกองทัพเรือและหน่วยงานความมั่นคงของประเทศไทย สำหรับการดำเนินโครงการต่อเรือขนาดใหญ่ภายในประเทศ
การส่งเสริมอุตสาหกรรมต่อเรือภายในประเทศมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงบประมาณด้านกลาโหม แต่ยังช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ เสริมสร้างความมั่นคงทางอุตสาหกรรม (Industrial Security) ส่งเสริมการจ้างงาน และพัฒนาองค์ความรู้ของบุคลากรชาวไทย และวางรากฐานให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการต่อสร้าง ซ่อมบำรุง และบำรุงรักษาเรือขนาดใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
#tsba #Marsun #ThaiShipbuilding #MaritimeIndustry #DefenseIndustry #NavalShipbuilding #IndustrialSecurity #ThailandMaritime #thaishipbuildingandrepairingassociation
